รีวิว iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max บนเว็บไซต์ VOJDEE

0
240
รีวิว-iPhone
Spread the love

รีวิว iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max บนเว็บไซต์ VOJDEE

รีวิว iPhone เป็นโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ IOS ที่ถือว่าเป็นแบรนด์ดังระดับโลกในปี 2021 นี้ และถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีคนใช้งานมากที่สุด เพราะทำออกมาได้ล้ำสมัยเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมารีวิว iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max กันว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร และมีระบบการใช้งานอย่าง แต่ต้องบอกก่อนว่าแบรนด์ Apple นั้นถือว่าเป็นหนึ่งใน 10 โทรศัพท์มือถือ ระดับโลกที่ได้รับการการันตีจากผู้ใช้บริการ วันนี้เราจะมาแนะนำและรีวิวกันบนเว็บไซต์ VOJDEE

รีวิว iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max

ถ้าหากพูดถึง โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่มีความพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ ต้องมีชื่อนี้อยู่เป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน “ iPhone “ และด้วยความที่เป็นเจ้าตลาดเบอร์ต้นๆของสินค้าที่เป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ทำให้ iPhone นั้น อัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆมาให้เหล่าผู้ที่สนใจได้ว้าวกันอยู่เสมอ และสำหรับปี ทางบริษัท Apple Inc. บริษัทที่พัฒนาและส่งออกโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน iPhone นั้น ก็ได้ทำการเปิดตัว iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max ที่เป็นรุ่นล่าสุดไปเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้สาวก iPhone ทั้งหลายได้หามาเป็นเจ้าของกันเป็นที่เรียบร้อย แต่สำหรับผู้ที่สนใจแต่ยังคงไม่แน่ใจในรายละเอียดต่างๆของตัว iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max รุ่นใหม่ตัวนี้ บทความนี้ เราจะรีวิวเจ้า iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max เพื่อให้คุณได้รู้ข้อมูลต่างๆ แล้วช่วยในการตัดสินใจว่าจะเป็นเจ้าของเจ้า iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max กัน

iPhone 13

สำหรับรุ่นล่าสุดอย่าง iPhone 13 ระบบปฏิบัติการ IOS ได้มีการเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564  เวลา 05:03 น. โดยที่ในประเทศไทยนั้นได้เปิดให้จองสินค้าในวันที่ 1 ต.ค. 2564 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ต.ค. 2564 โดยในรุ่นล่าสุดนี้จะมีถึง 4 รุ่นให้เลือกด้วยกันคือ

  • iPhone 13 mini กับความจุ 128GB – 512GB โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 25,900 บาท
  • iPhone 13 กับความจุ 128GB – 512GB โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 29,900 บาท
  • iPhone 13 Pro กับความจุ 128GB – 1TB โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 38,900 บาท

รุ่นท็อปอย่าง iPhone 13 Pro Max กับความจุ 128GB – 1TB โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 42,900 บาท โดยที่ในแต่ละรุ่นก็จะมีลักษณะรวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ที่ต่างกันออกไป อยู่ที่คุณจะเลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวคุณ

รีวิว iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max

ในรีวิวนี้ เราขอเลือกรุ่นที่น่าสนใจอย่าง iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max เพราะถือว่าเป็นรุ่นที่มีคนพูดถึงกับเป็นอย่างมาก เรามาดูกันว่า “รุ่นปกติและตัวท็อปของรุ่น” นั้น จะมีความต่างความน่าสนใจตรงจุดไหนบ้างและอย่างไร

iPhone 13

 

apple iPhone

มาเริ่มต้นกันก่อนที่ iPhone 13 เจ้าเครื่องนี้มาด้วยขนาดตัวเครื่อง 146.7 x 71.5 x 7.7 มม. มีน้ำหนักอยู่ที่ 174 กรัม และมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.1” ซึ่งถือว่าไม่ใหญ่ไม่เกะกะเกินไป ตัวเครื่องสามารถกันน้ำได้ที่มาตรฐาน IP68 หน้าจอที่ใช้จะเป็นแบบ OLED ที่มีความละเอียดของภาพอยู่ที่ 1170 x 2532 พิกเซล 460 ppi refresh rate 60Hz พร้อมเทคโนโลยี Super Retina XDR แสดงผลหน้าจอเป็น HDR ในรุ่นนี้ชิปเซทที่ใช้คือ Apple A15 Bionic จัดว่าเป็นชิปประมวลผลในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นชิปเซทตัวล่าสุดของทาง Apple มาพร้อมกับ RAM ขนาด 4GB โดยจจะมีขนาด ROM ให้คุณได้เลือกตั้งแต่ 128GB, 256GB และ 512GB มาในส่วนของกล้องนั้น จะมากับกล้องทั้ง 2 ส่วน

ด้านหลังนั้นก็คือ กล้องหลักจะมีความละเอียดที่ 12MP f/1.6 OIS และกล้อง Ultra-Wide หรือกล้องสำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง 12MP f/2.4 ที่มีมุมกว้างถึง 120 องศา ในส่วนของกล้องหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 12MP f/2.2 ที่จะอยู่ตรงบริเวณรอยบากของหน้าจอ ตัวกล้องจะมีระบบกันสั่น อีกทั้งยังสามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้สูงสุดที่ 2 เซนติเมตร ในโหมด Macro Photo และยังถ่าย VDO ระดับโปร คุณภาพระดับภาพยนต์ด้วย Cinematic Mode ต่อมาคือเรื่องของแบตเตอรี่ ให้มาไม่มากไม่น้อยที่ความจุ 3095 mAh และเช่นเคย รองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย สำหรับในรุ่นนี้จะมีสีให้เลือกกัน คือ Midnight, Blue, Pink, Product Red และ Starlight ที่เป็นสีใหม่แนวชมพูสไตล์พาสเทล

iPhone 13 Pro Max

iPhone 13 Pro Maxและมาต่อกันที่ตัวท็อปสุดของรุ่นอย่าง iPhone 13 Pro Max เครื่องนี้มาด้วยขนาดตัวเครื่อง 160.8 x 78.1 x 7.7 มม. มีน้ำหนักอยู่ที่ 240 กรัม และมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.7” ตัวเครื่องสามารถกันน้ำได้ที่มาตรฐาน IP68 หน้าจอที่ใช้จะเป็นแบบ OLED ที่มีความละเอียดของภาพมากถึง 1284 x 2778 พิกเซล 458 ppi ProMotion refresh rate 120Hz พร้อมเทคโนโลยี Super Retina XDR และมีฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาอย่าง Adaptive Refresh Rate ที่จะปรับ 10-120Hz ตามการใช้งาน ที่ทำให้ภาพลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนๆ แสดงผลหน้าจอเป็น HDR และแน่นอน ชิปเซทที่ใช้คือ Apple A15 Bionic ตัวแรงตัวล่าสุดของทาง Apple มาพร้อมกับ RAM ขนาด GB โดยจะมีขนาด ROMให้คุณได้เลือกตั้งแต่ 128GB, 256GB, 512GB

และสูงสุดอยู่ที่ 1TB มาในส่วนของกล้องนั้น จะมากับกล้องทั้ง 2 ส่วน ด้านหลังนั้นก็คือ กล้องหลักจะมีความละเอียดที่ 12MP f/1.5 OIS กล้อง Ultra-Wide

หรือกล้องสำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง 12MP f/1.8 มี AF ที่มีมุมกว้างถึง 120 องศา และกล้องถ่ายภาพระยะไกลอย่าง TELE 12MP f/2.8 OIS (3x Zoom) LiDAR Scanner

ที่มีในรุ่น Pro และ Pro Max เท่านั้น ในส่วนของกล้องหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 12MP f/2.2 ที่จะอยู่ตรงบริเวณรอยบากของหน้าจอนั่นเอง

ตัวกล้องจะมีระบบกันสั่น อีกทั้งยังสามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้สูงสุดที่ 2 เซนติเมตร ในโหมด Macro Photo และยังถ่าย VDO ระดับโปร คุณภาพระดับภาพยนต์ด้วย Cinematic Mode

ต่อมาคือเรื่องของแบตเตอรี่ ให้มาแบบไม่เคยทำมาก่อนที่ความจุ 4352 mAh และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย ในรุ่นนี้จะมีสีให้เลือกกัน คือ Graphite, Gold, Silver

และสีใหม่ที่เป็นสีฟ้าอ่อนๆ อย่าง Sierra Blue

[สามารถสั่งซื้อได้ที่]               


รีวิว iPhone สำหรับ iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max ที่ออกมาล่าสุดนี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนกันกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone 12 และ iPhone 12 Pro Max อย่างกับแกะ ส่วนตัวคิดว่าก็ไม่ได้แย่อะไรถ้าจะเหมือนหรือคล้ายรุ่นก่อนแต่ยังใช้งานได้ดีเหมือนเดิม แต่ถ้าดูในทั้งส่วนที่พัฒนาและฟีเจอร์ใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามาเยอะพอสมควรนั้น ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจพอที่จะทำให้สาวก iPhone หรือผู้ที่สนใจนั้น เลือกที่จะเป็นเจ้าของได้อย่างไม่ต้องคิดมากเลย โดยที่สามารถซื้อหรือจองได้ที่ Apple store หลายสาขาใกล้บ้านของคุณได้แล้ว หรือจะเลือกซื้อได้ง่ายๆกับร้านค้าออนไลน์และแอปช็อปปิ้งต่างๆ ได้อีกด้วย หากอยากทราบราคาหรือต้องการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถเข้ามาดูได้ที่ VOJDEE


Spread the love
บทความก่อนหน้านี้รีวิว โปรเจ็กเตอร์ ราคาเบา ๆ สำหรับคอหนังโรง รุ่นไหนยี่ห้อไหนดี
บทความถัดไปลำโพง Bluetooth รีวิวลำโพงบลูทูธแนวๆ สไตล์วินเทจ มาแรงที่สุดในปี 2021

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here